“เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” พูดทุกเรื่อง เคลียร์ดราม่า “เก้า เกริกพล” ไม่ลบคลิป ไม่กลัวค่ายเจ๊ง

04 August of 2020 by

new

 

ไม่ปล่อยให้สังคมต้องแคลงใจกันนาน สำหรับ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น นักร้องสาวมากความสามารถ ที่มีดีกรีเป็นถึงเจ้าของค่ายเพลงน้องใหม่แต่ไฟแรง ได้หมดถ้าสดชื่น

เพราะหลังจากที่เจ้าตัวต้องเจอกับกระแสพิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในหลายๆ ประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของ เก้า เกริกพล ในกรณีข้อตกลงและค่าตอบแทนจากการร่วมทำเพลงฮิต เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว ซึ่งมียอดผู้เข้าชมในยูทูบมากกว่า 350 ล้านครั้ง จนเป็นเหตุให้ถูกสังคมมองว่า เธอตั้งใจทำนาบนหลังคนหรือเปล่า? รวมถึงข้อสงสัยในประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เงินส่วนแบ่งในการออกรายการโทรทัศน์ และอีกมากมาย

กระทั่งล่าสุด ทางด้านของ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ก็ได้มีโอกาสเปิดใจถึงประเด็นนี้แบบหมดเปลือก ผ่านรายการ แฉ ทางช่อง GMM25 ซึ่งเธอได้ตอบทุกคำถามที่หลายคนยังคงสงสัยและคาใจ รวมถึงเรื่องที่มีการเสนอให้ลบมิวสิควิดีโอเพลงเจ้าปัญหาออกจากช่องยูทูบ ให้เราได้ฟังอีกด้วย

“เก้า เกริกพล” เปิดหมดใจ! ดราม่า “เจนนี่” หนังคนละม้วน “ผมให้โอกาสพี่พูดความจริงแล้ว?”
ได้อ่านคอมเม้นที่คนทั้งประเทศรุมด่าเราในเวลานี้บ้างไหม ?
“ช่วงแรกๆ ก็อ่านค่ะ แต่ว่าช่วงหลังมานี้ไม่ค่อยได้อ่านแล้ว”

ตอนนี้ทุกคนสงสัยมากว่าเราตั้งใจจะไปโกงเงินเขาหรือเปล่า ?
“ไม่ค่ะ ไม่ หนูยืนยันว่าหนูไม่ได้โกงเงินใครค่ะ”

แต่คนมองว่าเราอำมหิตเกินไปหรือเปล่า ที่ให้ค่าตัวในการออกรายการของ น้องเก้า แค่ 500 บาท ?
“ใช่ค่ะ แต่หนูอยากจะบอกว่า ฝถ้าหากหนูได้เงินมา 10,000 บาท หนูไม่มีทางให้น้อง 500 บาทแน่นอน ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ เรื่องนี้น้องรู้ดี หนูรู้ดี แต่ที่น้องออกมาพูดเนี่ยเพราะว่าคนไม่เห็นไงคะว่าหนูให้น้องเท่าไหร่ แล้วถ้าถามอีกว่าเธอก็พูดมาสิว่าเธอให้เท่าไหร่ หนูเองก็จำไม่ได้เหมือนกัน คือจริงๆ หนูจะพูดก็ได้ใช่ไหมคะว่าหนูให้น้อง 3,000 บาท แต่ว่าหนูไม่พูด เพราะว่าหนูจำไม่ได้จริงๆ ซึ่งถ้ารายการไหนได้ 10,000 บาท หนูไม่มีทางให้น้องแค่ 500 บาทแน่นอน ยกตัวอย่างเช่นรายการหนึ่งที่หนูได้เงินมา 3,000 บาท หนูเคยโอนเงินให้น้อง 1,500 บาทนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท หนูไม่มีทางให้น้อง 500 บาทแน่นอน โชคดีนะคะที่หนูเริ่มมีสลิปช่วยชีวิตหนูเอาไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่หนูได้มา 3,000 บาท และหนูโอนเงินให้น้องไป 1,500 บาท”

แต่น้องเก้าเขายืนยันนะว่าเราให้เงินเขาแค่ 500 บาทเท่านั้น ?
“ถ้าหากน้องมีหลักฐานมายืนยันได้ว่าหนูให้น้อง 500 บาท หนูก็พร้อมจะขอโทษน้องทุกอย่างค่ะ แต่หนูอยากจะบอกอีกเหมือนกันว่า ความจริงมันมีแค่หนูกับน้องเท่านั้นที่รู้ และตอนนี้ประเด็นมันก็เบี่ยงไปมาก เพราะประเด็นแรกของเรามันเริ่มมาจาก 70-30 ซึ่งตอนนี้คนเข้ามาด่าหนูเยอะแยะไปหมด ตัวหนูเองก็ทำได้แค่ท่องและภาวนาในใจว่า คนอื่นไม่รู้ความจริงไม่เป็นไรเอาแค่เราที่รู้ก็พอ”

70-30 เรื่องนี้จะไม่มีประเด็นเกิดขึ้นเลย ถ้าหากเราไม่ไปปากดี ไปท้าคุณพ่อเขา ไปเหวี่ยงใส่คุณพ่อเขา สังคมมองแบบนี้ ?
“ไปท้าว่าอะไรคะ”

ตอนที่เราบอกว่า “พ่อจะเอาเท่าไหร่” ประมาณนี้ ?
“อุ้ย! ไม่จริงเลยค่ะ แต่ที่หนูถามว่าเอาเท่าไหร่ จริงๆ มันเป็นคำถามที่เบามากนะคะ และหนูก็ถามหลังจากที่หนูอธิบายไปแล้วด้วยว่าทำไมน้องถึงไม่ได้เงิน 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนั้นพ่อโทรมาถามหนูเรื่องเงิน 30 เปอร์เซ็นต์ แต่หนูให้ไม่ได้จริงๆ เพราะเราไม่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก แต่หนูยอมรับว่าสาเหตุที่พ่อเอาเรื่องนี้มาคุยเพราะมันเป็นข้อเสนอที่หนูเสนอให้กับน้องเก้าว่า ถ้าหากน้องมาอยู่ค่ายของหนู หนูจะแบ่งให้น้อง 30 เปอร์เซ็นต์นะ และไม่ใช่แค่กับเพลงเลิกคุยทั้งอำเภอฯ เท่านั้น แต่จะเป็นทุกเพลงที่เราทำร่วมกันค่ะ ซึ่งมันเป็นข้อเสนอ และศิลปินทุกคนของหนูได้ตามนี้ค่ะ”

หมายความว่าต้องมีการเซ็นต์สัญญากับเราก่อนถูกต้องไหม ?
“ใช่ค่ะ เพราะว่าตอนนั้นหนูกำลังทำค่ายเพลง เพียงแต่ว่ามันยังไม่ได้เป็นอาคารโครงสร้าง เป็นแค่เอกสารจดทะเบียนตามปกติ คือหนูมีแพลนจะทำค่ายเพลงอยู่แล้ว และค่ายก็เสร็จหลังปล่อยเพลงแค่แป๊บเดียวค่ะ”

แต่เราทราบใช่ไหมว่า ตอนนี้สังคมมองว่าเราทำนาบนหลังคน ดังมาด้วยกัน แต่กลับโอนเงินให้เขาแค่ 20,000 บาท ?
“เพราะคุณพ่อเขาบอกว่าน้องมาถ่ายมิวสิควิดีโอแล้วขาดทุน ซึ่งพอหนูได้ยินแบบนั้นหนูก็ต้องรีบโอนเงินทันทีเลย เพราะหนูรู้สึกว่าจะให้น้องมาขาดทุนไม่ได้ มันก็เหมือนกับเรานี่แหละ เราไปถ่ายมิวสิควิดีโอให้คนอื่น เราก็ไม่ได้อยากขาดทุนถูกต้องไหมคะ”

สังคมบอกว่า ถ้าหาก ณ ตอนนี้ เราจะต้องจ่ายค่ายูทูบให้กับน้องเก้า มูลค่ามันเกิด 6 ล้านบาทไปแล้ว เราทราบไหม ?
“อันดับแรกหนูต้องขอชี้แจงก่อนนะคะว่า 1 ล้านวิวในยูทูบ มันอยู่ที่ 9,000 บาท นะคะ เรื่องนี้คนทำช่องยูทูบจะทราบดี และสำหรับเรื่อง 6-7 ล้าน อันนั้นหนูเองก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่าเราไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรก แต่มันอยู่ที่น้ำใจของเรามากกว่า ว่าถ้าหากเราจะแบ่งให้น้องเราสามารถแบ่งให้เขาได้เท่าไหร่ ซึ่งถ้าสังคมถามอีกว่าทำไมหนูถึงไม่มีน้ำใจ อันนี้ก็เป็นเพราะเรื่องมันเกิดจากการที่เราไม่ได้คุยกัน การที่คุณพ่อวางสายไปวันนั้น การที่หนูติดต่อกลับไปและพ่อไม่คุย หนูส่งแชทไปหาน้องเก้าน้องไม่คุย คือ…พอเราไม่คุยกันมาเรื่อยๆ ในช่วงหลังๆ ตัวหนูเองก็เลยคิดว่าถ้าหากน้องไม่สะดวกใจที่จะคุยกับหนู หนูก็ควรที่จะเอาเวลาของหนูมาทำงานได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาหนูเองก็ง้อน้องตลอดนะคะ หนูไม่ได้อยากมีปัญหากับน้องเรื่องนี้ แต่ในเมื่อทั้งน้องและคุณพ่อไม่รับการติดต่อจากหนู หนูก็เลยตัดใจ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คนมองว่า ทำไมยอดวิวเพลงสูงขนาดนี้หนูถึงไม่แบ่งให้น้องเลย คือจริงๆ มันแบ่งได้ค่ะตามน้ำใจ แต่เราต้องคุยกันก่อน และต้องไม่ใช่ 30 เปอร์เซ็นต์”

เรายังคงยืนยันว่าไม่ใช่ 70-30 ตามที่น้องเก้าออกมาพูด ?
“เราไม่ได้ตกลงกันตั้งแรกค่ะ เวลาหนูไปร้องเพลงกับใคร หรือไปร่วมร้องเพลงกับคนอื่น หนูไม่เคยไปยุ่งกับ 70-30 ตรงนี้นะคะ แต่ตอนนี้ยอดวิวเพลงมันเดินทางมาถึง 300 ล้านกว่าวิวแล้ว ซึ่งหนูก็ต้องแบ่งให้น้องแน่นอน เพียงแต่น้องเขาไม่รับการติดต่อจากหนูไงคะ”

เราไม่ได้ติดต่อกังน้องเก้ามานานแค่ไหนแล้ว ?
“คุณพ่อบอกว่าหนูหายไปเป็นเดือนถูกต้องไหมคะ แต่หนูอยากจะบอกว่าแชทล่าสุดที่หนูไปออกรายการกับเก้า มันคือวันที่ 25 เมษายน และวันที่คุณพ่อโทรมา ก็คือวันที่ 5 พฤษภาคม หนูหายไปแค่ 9 วันเองค่ะ หายไปขึ้นคอนเสิร์ตแค่แป๊บเดียว แต่ว่ายอดวิวของเพลงนี้มันเดินเร็วมากจนหนูเองก็ตั้งตัวไม่ทัน และ 100 ล้านวิวนั้น มันก็ผ่านเวลามาแล้วเดือนกว่าๆ ยูทูบโอนเงินมาให้หนูประมาณหลักแสน เพราะว่าต่อให้เราได้ยอดผู้ชม 300 ล้านวิว ภายใน 1 เดือน ยูทูบเขาก็ไม่ได้โอนมาภายในทีเดียวนะคะ เขาจะค่อยๆ ทยอยให้ ซึ่งสำหรับตัวหนูเอง พอหนูได้เงินมาหลักแสน การที่หนูโอนส่งไปให้น้อง 20,000 มันก็น่าจะโอเคแล้ว และถ้าหากวันนั้นน้องรับเงินไปและเราได้คุยงานกันต่อ หนูเชื่อและหนูเองก็มั่นใจค่ะว่า ถ้าหากเพลงมันเดินหน้าไปถึง 200-300 ล้าน หนูก็พร้อมที่จะแบ่งให้น้องได้เสมอ เพียงแต่เรื่องนี้ปัญหามันเกิดจากการที่เราไม่ได้คุยกันก็เท่านั้นเอง”

ที่บอกว่าไม่ได้คุยกัน เราระบุได้ไหมว่ามันนานแค่ไหน ?
“ปีกว่าค่ะ”

แสดงว่าเรื่องที่เราคุยกับคุณพ่อของน้องเก้า เราคุยตั้งแต่ปีที่แล้วถูกต้องไหม ?
“พ่อเป็นคนโทรมาหาหนูค่ะ หลังจากที่เราไม่ได้เจอกัน 9 วัน พ่อโทรมาถามหนูเรื่อง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางหนูเองก็ต้องแจ้งไปตามตรงว่า 30 เปอร์เซ็นต์นี้ ถ้าหากเก้ามาอยู่ค่ายหนูเขาจะได้ทุกเพลง ไม่ใช่แค่เพลงนี้เท่านั้น แต่ในเมื่อน้องไม่มาน้องก็ไม่ได้ คือ…ถ้าเรื่องนี้หลายคนถามหนูว่า สัญญาใจมีจริงไหม อันนี้หนูท้าสาบานได้เลยค่ะที่วัดเจดีย์ไอ้ไข่ หนูยอมรับค่ะว่าหนูไม่เคยพูด แต่มันเป็นเพียงแค่ข้อเสนอเท่านั้น เพราะการที่หนูจะโน้มน้าวให้น้องมาอยู่ในค่ายมันต้องมีข้อเสนอ และวันนั้นหนูยื่นข้อเสนอให้น้องแค่ 2 ข้อใหญ่ๆ เพราะหนูเองก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าข้ออื่นๆ ที่อื่นเขาทำยังไงกันบ้าง หนูเลยยื่นไปแค่ 2 ข้อใหญ่ๆ ก่อน ซึ่งก็คือค่าตัว 3,000 บาท และก็ 30 เปอร์เซ็นต์ค่ะ”

ตัวเราเองรู้สึกยังไงบ้างที่ฝั่งน้องเก้าเขาขาดทุนมาตลอด ตั้งแต่มาร่วมทำงานเพลงกับเรา ?
“หนูเพิ่งทราบว่าน้องขาดทุนวันที่พ่อโทรมาค่ะ เพราะตอนแรกที่หนูให้ 10,000 บาท หนูคิดว่าเงินจำนวนนั้นมันโอเคแล้ว คือก่อนหน้านี้ตัวหนูเองก็เคยไปร่วมร้องเพลงกับคนอื่นในราคา 5,000 บาท มาก่อน ดังนั้นหนูจึงคิดว่าการให้น้อง 10,000 บาท น่าจะเป็นอะไรที่โอเค จนกระทั่งหนูมาทราบภายหลังจากคุณพ่อว่า หนูไม่ได้คิดถึงค่ากิน ค่านอน แต่ถ้าหากใครได้มาอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นก็จะทราบดีค่ะว่า วันนั้นญาติของน้องได้มารับน้องไปทานข้าวหลังเลิกงาน ซึ่งก่อนหน้านั้นตัวหนูเองก็ชวนน้องมาทานข้าวแล้วด้วยเหมือนกัน และหนูก็ไม่ได้ชวนแค่น้อง หนูชวนคนทั้งกอง รวมถึงครอบครัวน้องด้วย แต่น้องเขาบอกว่าเขามีนัดทานข้าวกับญาติแล้วซึ่งหนูก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร”

“ส่วนเรื่องที่พักหนูก็บอกน้องแล้วเหมือนกันว่า ถ้าหากไม่มีที่พักเดี๋ยวจะเปิดโรงแรมให้ คือทุกครั้งที่หนูเอานักแสดงหรือใครมาร่วมทำงานกับหนู หนูจะเปิดโรงแรมให้ทุกคน ก่อนหน้านั้นหนูก็ทำแบบนี้มาตลอด แต่วันนั้นน้องเขาบอกหนูว่าเขาจะไปนอนบ้านญาติ มันเลยทำให้หนูไม่ได้คิดถึงค่ากินกับค่าที่พัก ซึ่งหนูเองก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ สำหรับค่าเสื้อผ้า 6,000 บาท อันนี้ตัวหนูเองก็เพิ่งจะทราบ หนูมาทราบหลังจากที่เพลงดังไปแล้วค่ะ”

เจนนี่ เก้า และ ลิลลี่ เโปรโมทเพลงฮิต เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียวรายการโหนกระแส
เจนนี่ เก้า และ ลิลลี่ เโปรโมทเพลงฮิต เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว

น้องเก้าเขาอยากให้เราออกมาพูดความจริง ?
“เอาอย่างนี้นะคะ ความจริงมันมีคนที่รู้ก็คือหนูกับน้องเก้า และหนูเองก็ออกมาพูดความจริงแล้ว น้องเก้าก็ออกมาพูดความจริงแล้ว แต่ทีนี้คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อหนูคงห้ามความคิดใครไม่ได้ ถ้าหากสุดท้ายแล้วสิ่งที่เราทำได้มากที่สุดก็คือการสาบาน เรามาสาบานต่อหน้าวัดต่อหน้าพระใหญ่ๆ เลยค่ะ ให้ชัดเจนกันไปเลยว่าใคนกันแน่ที่พูดความจริง หนูคงทำได้แค่นี้ อย่างเช่นประเด็นเงิน 500 ที่เข้ามาด่าหนูกันเยอะๆ หนูถามหน่อยคุณได้เห็นกับตาหรือยังว่าหนูให้น้องไป 500 จริงไหม และถ้าหากวันนั้นน้องได้ 500 จริง และน้องไม่โอเค น้องรู้สึกว่าโดนโกง หนูคงโดนไปตั้งนานแล้ว น้องคงจะบอกหนูตั้งแต่วันนั้น แชทที่หนูคุยกับน้องหนูก็บอกน้องเสมอว่า ถ้าหากมีอะไรก็คุยกับพี่ได้ตลอด บอกพี่ได้ตลอด และประเด็นเงิน 500 บาท มันก็เกิดขึ้นหลังจากที่เรามีปัญหากันด้วยซ้ำ เพราะตอนที่เรายังดีๆ กัน น้องก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้และหนูก็ไม่เคยรู้ ถ้าหากรายการไหนให้ 10,000 บาท น้องไม่มีทางได้จากหนูแค่ 500 บาท แน่นอนค่ะ”

เรายืนยันถูกต้องไหมว่า ถ้าหากรายการไหนให้ 10,000 บาท เราให้น้อง 3,000 บาท แน่นอน ?
“หนูมีแชทที่หนูได้เงินมา 3,000 บาท และหนูก็โอนให้น้อง 1,500 บาท เพราะฉะนั้นถ้าได้เงิน 10,000 บาท และหนูให้น้องแค่ 500 บาท มันไม่มีทางเป็นความจริงแน่นอน ซึ่งหนูไม่ได้เป็นคนใจดำขนาดนั้น พี่เชื่อหนูเถอะ หรือถ้าจะไม่เชื่อก็ได้ แต่ก็ขอให้ทุกคนไปพิจารณากันเอาเอง เพราะอย่างที่บอกเรื่องนี้มีแค่หนูกับน้องเท่านั้นที่รู้ความจริง”

ตอนนี้เราโดนคนด่าทั้งประเทศ ทำนาบนหลังคน ซื้อบ้านหลายหลัง ซื้อรถหลายคัน แต่กลับแบ่งเงินให้คนอื่นเขากินเขาใช้บ้างไม่ได้ ?
“นี่ไงคะ ก็คนมัวแต่มองว่าหนูสร้างอะไรบ้าง แต่ทุกคนไม่ได้มองเลยว่าหนูต้องลงทุนและผ่านอะไรมาบ้าง การที่หนูสร้างอะไรขึ้นมา มันก็อยู่ที่การใช้จ่ายเงินของหนูเหมือนกันนะคะ ถ้าหากหนูไม่ประหยัด วันนี้หนูก็คงไม่มีเงินสร้างนู่นสร้างนี่ถูกต้องไหมคะ แต่ประเด็นของหนูกับเก้ามันไม่ใช่การทำนาบนหลังคน แต่ประเด็นมันเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ และเกิดจากการที่คุณพ่อโทรมาในวันนั้นซึ่งมันไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่เราได้คุยกันไว้ตั้งแต่แรก ถ้าหากวันนั้นเราต่างคนต่างอ่อนให้ ถ้าวันนั้นเราคุยกันชัดมากกว่านี้ ปัญหามันก็จะไม่ยาวข้ามปีจนถึงตอนนี้ค่ะ”

ยืนยันใช่ไหมว่าเราไม่ได้ไปปากเก่งใส่เขา ?
“ไม่ค่ะ ไม่แน่นอน ยิ่งถ้าเป็นผู้ใหญ่กว่าหนูยิ่งไม่ทำแน่ๆ แต่วันนั้นหนูยอมรับค่ะว่าวันนั้นทางคุณพ่อท่านเองก็มีอารมณ์คุยไม่ค่อยดีกับหนู ตั้งแต่ที่คุณพ่อทราบว่า 30 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นหนูเข้าใจนะคะ เพราะคุณพ่อพูดคำแรกว่า ‘ไม่คิดถึงน้องเก้าเหรอ’ ซึ่งหนูเองก็ต้องขอโทษคุณพ่อด้วยที่ตัวหนูเองอาจจะใช้คำพูดที่ตรงไป คือหนูบอกไปว่า ‘ในเมื่อยอดวิวเราแบ่งไม่ได้ คุณพ่อจะเอาเท่าไหร่หนูจะได้แบ่งเป็นน้ำใจให้’ หนูไม่ได้ไปปากเก่งใส่คุณพ่อ”

สังคมมองว่าที่เราเป็นแบบนี้เพราะเราติดผู้ชาย ติดแฟน ?
“ถ้าหนูติดผู้ชายจริงหนูคงไม่อยู่มาถึงวันนี้ แต่ถามว่าหนูรักแฟนหนูไหม หนูรักนะคะ หนูติดแฟน แต่คำว่าติดแฟนที่สังคมมองเข้ามา มันติดแบบไหนคะหรือติดยังไง”

ประเด็นที่คนพูดกันก็คือเราจับศิลปินหญิงในค่ายตัดผมสั้น เพราะกลัวแฟนเราจะไปแอบกิน ?
“ขออนุญาตพูดตรงๆ นะคะ ถ้าหากแฟนมันจะลักกินขโมยกิน มันไม่สนใจหรอกค่ะว่าจะเอาผมสั้นหรือผมยาว ถ้ามันชอบมันก็กิน และที่สำคัญในวันที่หนูเปิดค่าย หนูก็รับสมัครคนผมสั้นตั้งแต่วันแรกเพราะหนูต้องการความแปลกใหม่ แต่สาเหตุที่ยังเห็นว่าทุกวันนี้นักร้องหญิงในค่ายของหนูยังไว้ผมสั้นกัน ทั้งๆ ที่หนูอนุญาตให้ไว้ผมยาวได้ ก็เป็นเพราะว่าวงการผมสั้นเข้าแล้วออกยากค่ะ”

เราทราบไหมว่าตอนนี้อดีตศิลปินในค่ายทยอยออกมาบอกว่าให้เราพูดความจริง อย่างเช่นการทำงาน ให้งานน้อย ?
“ก็คือถ้าใครได้ติดตามนะคะ จะทราบดีว่าเขามาอยู่กับหนูช่วง โควิด-19 และตอนนี้สถานการณ์มันก็เพิ่งจะคลี่คลาย หนูกับลิลลี่เพิ่งจะออกได้แค่ 2 งานเองค่ะ เรื่องงานมันต้องอดทนค่ะ และหนูก็เพิ่งจะมารู้ทีหลังเหมือนกันว่าน้องไม่โอเค ซึ่งน้องก็ไม่ได้ผิดนะคะ น้องมีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของน้องหากน้องไม่โอเคกับที่ๆ น้องอยู่ พอน้องบอกหนูว่าน้องอยากไปรับงานเอง หนูก็ยินดี หนูไม่ได้ว่าอะไร แต่แปลกมากวันที่น้องออกมันกลับมาแชทหลุดออกมามากมาย มีเพื่อนน้องออกมาไลฟ์สดด่าหนูมากมาย โดยเฉพาะเรื่องยอดวิว ซึ่งหนูจะขอสรุปเรื่องยอดวิวสั้นๆ นะคะ ได้เงิน 91,000 บาท ลงทุนไป 58,000 บาท เหลือเงิน 33,000 บาท หัก 30 เปอร์เซ็นต์เหลือเงิน 9,700 บาท หนูให้น้อง 10,000 บาท ซึ่ง 10,000 บาทนี้ คือ 30 เปอร์เซ็นต์นะคะ หนูมีหลักฐานทุกอย่าง”

คุณแม่เพิ่งจะรักษาตัวหาย เจอข้าวนี้เข้าไปอาการท่านเป็นอย่างไรบ้าง ?
“สำหรับคุณแม่ คือ…ถ้าหากหนูเครียดท่านก็จะเครียด แต่ถ้าหนูไม่เครียดท่านก็จะไม่เครียดค่ะ”

เจนนี่ ลิลลี่ สองพี่น้องได้หมดถ้าสดชื่นIG janey_suwannaket
เจนนี่ ลิลลี่ สองพี่น้องได้หมดถ้าสดชื่น

มีคนเสนอว่าให้ลบต้นเหตุของปัญหาซึ่งก็คือ เลิกคุยทั้งอำเภอฯ ออกจากยูทูบซะ เรื่องจะได้จบ ?
“ถ้าต้องการให้ลบจริงๆ หนูก็ต้องขออนุญาตพูดตรงนี้นะคะ การที่เราจะทำเพลงได้ 300 กว่าล้านวิว มันเป็นเรื่องยากนะคะ ชีวิตนี้ตัวหนูเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้อีกหรือเปล่า อย่าให้ต้องลบกันเลยค่ะ แต่ถ้าต้องการอะไรก็ขอให้บอก ถ้าอยากให้หนูพูดความจริงหนูก็พูดแล้ว แต่มันก็อยู่ที่คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็แล้วแต่เขา ซึ่งน้องเก้าสบายใจได้เลยเพราะคนเชื่อฝั่งน้องเก้าหมดแล้ว ส่วนเรื่องอื่นน้องต้องการอะไรอีก ถ้าต้องการให้สาบานเราก็นัดกันมาเลย เขียนมาเป็นข้อๆ ได้เลยว่าต้องการจะให้สาบานเรื่องอะไรบ้าง ส่วนหลังจากนั้นถ้าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ จริงหรือไม่จริง ก็ขอให้เป็นเรื่องของผลกรรมค่ะ”

“สำหรับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นตัวหนูเองก็ต้องขอโทษทุกท่าน ขอโทษทุกคน ขอโทษพี่หนุ่ม กรรชัย ขอโทษพี่มดดำ ขอโทษที่มันมีการพาดพิงไปถึงคนโน้นคนนี้ตั้งเยอะแยะมากมาย หนูไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้เลยค่ะ สาเหตุของเรื่องนี้ที่มันเกิดขึ้นเป็นเพราะเราไม่ได้คุยกัน ถ้าน้องเลือกที่จะโทรหาหนู แทนที่จะใช้เพจปลอมเป็นสื่อในการปล่อยข่าว หนูคิดว่าเรื่องนี้เราก็เคลียร์กันได้ค่ะ”

สังคมมองว่าตอนนี้ ได้หมดถ้าสดชื่น ถึงเวลาที่ต้องจบแล้ว ?
“ถ้าคนคิดว่าได้หมดถ้าสดชื่นดับแล้วหนูก็คงห้ามความคิดนั้นไม่ได้ค่ะ แต่หนูเองก็จะสู้จนกว่าหนูจะไม่มีงาน จนกว่าจะไม่มีคนดูหนูหน้าเวที หนูจะเอาผลงานออกมาสู้ เพื่อให้คนรู้ว่าผลงานของหนูยังทำให้คนติดตามหนูได้ และทำให้หนูมีงานมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ค่ะ”

“สำหรับวันนี้ตัวหนูเองก็ต้องขอบคุณทุกท่าน และก็ต้องขอโทษครอบครัวของน้องเก้าด้วยที่ทำให้เรื่องมันใหญ่โตขนาดนี้”

new

Previous:

“แก้มบุ๋ม” ไม่นิ่งเฉย รีบตอบกลับทันควัน เมื่อถูกถาม “เดี๋ยวนี้ทำไมไม่สวย”

new

Next:

ความทรงจำวัยเด็ก “ไผ่ พงศธร” สร้างบ้านนาหลังใหม่ให้แม่ที่บ้านเกิด

You may also like