วันเบาเบาที่ (เคย) หนักใจ

19 July of 2011 by

วันเบาเบา

ใกล้จะถึงวันนั้นของเดือนอีกแล้ว เฮ้อ! คุณหลายคนถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เพราะวันนั้นมาถึงทีไร เหมือนระบบต่าง ๆ ในร่างกายแปรปรวนไปหมด บางคนโชคดีหน่อยแค่เมื่อยล้าแต่บางคนถึงกับต้องล้มหมอนนอนเสื่อ เรามีวิธีรับมือกับอาการต่าง ๆ ในวันนั้นของเดือนมาฝากค่ะ…

4 วิธี…ลดอาการ
1.ออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมา เป็นการระงับการปวดตามธรรมชาติ และทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ไม่เครียด ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการต่าง ๆ ทั้งก่อนและขณะมีประจำเดือน


2.จำกัดการบริโภคเกลือ น้ำตาล คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ กินอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่ เน้นผัก ผลไม้ และคาร์โบไฮเดรต


3.รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ๆ
เช่น ตับ ผักใบเขียว เพื่อช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดใหม่ รับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก ๆ เช่น คะน้า มะเขือเทศ ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้งานได้ดีขึ้น


4.ใช้วิธีธรรมชาติ
แต่อาจได้ผลเฉพาะกับบางคนเท่านั้นนะคะ เช่น ช่วงที่มีอาการ จิบชาสมุนไพรร้อน ๆ กินวิตามินซี แคลเซียม และน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส อาบน้ำอุ่น หรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางบริเวณท้องน้อย หรือที่หลังก็ช่วยลดอาการปวดได้เช่นกัน

วิธีการเหล่านี้ควรทำเป็นประจำก่อนมีประจำเดือน และควรสังเกตตัวเองดังกล่าวเกิดอาการต่าง ๆ ก่อนมีประจำเดือน ใช้วิธีรักษาใดแล้วได้ผลดีจะได้ใช้วิธีนั้นอีกในครั้งต่อไป
เทคนิคพิเศษบรรเทาอาการปวด
มีผู้หญิงหลายคนที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง จึงต้องมีวิธีบำบัดเพิ่มเติม ได้แก่ การพักผ่อนเต็มที่ ใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางที่ท้องน้อยหรือที่หลัง เมื่ออาการทุเลาควรออกกำลังกายเบา ๆ และถ้าปวดมาก ๆ อาจใช้ยาแก้ปวด aspirin, ibuprofen, naproxen ร่วมด้วยได้ นอกจากนั้นอาจใช้ยาคุมกำเนิดช่วยให้การรักษาอาการปวดประจำเดือนได้ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร หรือถ้าเป็นมาก ๆ อาจต้องไปพบสูติแพทย์ เพื่อตรวจดูว่ามีความผิดปกติอะไร และรักษาให้ถูกจุดไปเลยดีกว่า
นอกจากนี้การหลีกเลี่ยงเนื้อแดง นม และอาหารเค็ม จะช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนและอาการปวดประจำเดือนได้เช่นกัน
การกินเนื้อปลาเพิ่มก็จะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้ เพราะมีบางรายงานบอกว่าการได้รับ Omega 3 จากเนื้อปลาทะเลจะลดอาการประจำเดือนมามากได้ด้วย
ไขข้อข้องใจของ ประจำเดือน
ประจำเดือนคลาดเคลื่อน รอบเดือนตามปกติจะกินเวลาโดยเฉลี่ย 28 วันซึ่งวงรอบเดือนนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย และขึ้นอยู่กับ เช่น ความเครียด อายุ น้ำหนัก หรือการมีบุตร เป็นต้น


วงรอบของประจำเดือนเกิดขึ้น โดยมีฮอร์โมนจากรังไข่มาควบคุมมดลูกแล้วรังไข่ถูก ควบคุมด้วยฮอร์โมนที่สร้างจากสมอง หากมีอะไรไปรบกวนระบบฮอร์โมนนี้อาจทำให้ รอบเดือนคลาดเคลื่อนไปได้ ที่พบบ่อย ๆ เช่น ความเครียด อดนอน พักผ่อนไม่พอ อ้วนขึ้นหรือผอมลง เจ็บป่วย ไม่สบาย หรือการรับประทานยาบางอย่างก็เป็นเหตุทำให้รอบเดือนมาเร็วขึ้นหรือยืดออกไปได้ แต่หากไม่มาเร็วขึ้นเกินกว่า 7 วัน หรือไม่ยืดเลยออกไปเกิน 7 วันก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ค่ะ

หลังคลอด : มามาก vs มาน้อย ปกติจำนวนวันที่มีประจำเดือนอยู่ที่ 3-7 วัน ถ้าเกิน 7 วันขึ้นไปถือว่าผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตามผู้หญิงบางคนก็อาจมีประจำเดือนเพียงแค่วันเดียวหรือมาเยอะเต็มที่ 7 วันเลยก็ได้ตามแต่ลักษณะร่างกาย
โดยปกติผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีลูก ประจำเดือนมักมาไม่ค่อยมาก แต่พอผ่านการมีลูกมดลูกจะยืดขยายและแรงบีบรัดก็จะน้อยลงโดยเฉพาะในช่วงหลังคลอดใหม่ ๆ ทำให้รู้สึกว่าประจำเดือนออกมามากกว่าปกติ แต่พอสักระยะหนึ่งมดลูกหดตัวและบีบรัดตัวได้ดีขึ้น ประจำเดือนก็จะน้อยลงไปเอง


ผลข้างเคียง…เมื่อใช้ยาคุม
การคุมกำเนิดโดยการกินยาคุมกำเนิดหลังคลอด ปริมาณของประจำเดือนจะน้อยลงกว่าเดิม เฉลี่ยแล้วลดลงประมาณ 30% แต่ถ้าคุมกำเนิดโดยการใส่ห่วงคุมกำเนิด ประจำเดือนกลับจะมามากกว่าเดิมอีก 30% เช่นกันค่ะ
อาการเลือดออกกะปริบกะปรอย ยังพบในคนที่ลืมกินยาหรือกินยาไม่สม่ำเสมอ ไม่กินเวลาเดียวกันทุกวัน แก้ไขได้ด้วยการรับประทานยาให้ตรงเวลาทุกวันเป็นประจำนอกจากนี้อาจพบอาการนี้ได้ในระยะ 2-3 เดือนแรกของการใช้ยา ซึ่งถ้ามีเลือดออกเล็กน้อยให้รับประทานต่อไป แต่ถ้าเลือดออกมากควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน
เมื่อหยุดยา ส่วนใหญ่แล้วประจำเดือนจะกลับมาปกติภายใน 3 เดือน หากประจำเดือนไม่มานานเกินกว่า 3 เดือนหลังหยุดยาควรปรึกษาแพทย์
ประจำเดือนเลื่อนได้ไหม ยาเลื่อนประจำเดือน คือฮอร์โมนที่ยับยั้งไม่ให้เกิดการลอกตัวของเยื่อบุมดลูก จนเกิดเป็นประจำเดือนขึ้นมาซึ่งหากจำเป็นต้องใช้ยาเลื่อนประจำเดือน ควรปรึกษาแพทย์
ยาที่ใช้เลื่อนประจำเดือน มี 2 ประเภท
ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ปกติใช้สำหรับคุมกำเนิดซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจส เมื่อนำมาใช้เพื่อเลื่อนประจำเดือน จะต้องใช้ล่วงหน้าก่อนวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือนมาอย่างน้อย 7 วัน โดยกินวันละ 1 เม็ดทุกวัน เมื่อต้องการให้ประจำเดือนมาจึงหยุดยาหลังจากหยุดยา 2-3 วัน ประจำเดือนก็จะมา


ยาที่มีฮอร์โมนโปรเจสตินอย่างเดียว ที่มีใช้ในบ้านเราคือ Norethisterone ต้องกินก่อนที่คาดว่าจะมีประจำเดือนมาอย่างน้อย 3 วัน

สำหรับผลข้างเคียงที่พบในระหว่างใช้ยาคือ  อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ซึมเศร้า น้ำหนักเพิ่ม บวม มึนศีรษะ เป็นต้น ถ้าใช้ยาเลื่อนประจำเดือนอยู่บ่อย ๆ จะมีผลรบกวนประจำเดือนตามปกติ ทำให้แปรปรวนไปจึงไม่แนะนำให้ใช้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้แบบที่ 2 ซึ่งเป็นแบบมีฮอร์โมนขนาดสูง

การผ่าตัดไขมันหน้าท้อง

Previous:

การผ่าตัดไขมันหน้าท้อง

ทำงานเป็นกะ

Next:

งานกะ ส่งผลต่อสุขภาพหญิง

You may also like

  • ขนาดเต้านม
    19 Jul

    ลดขนาดเต้านม ด้วยศัลยกรรมผ่าตัด

    ผู้หญิง ความงาม

    ลดขนาดเต้านมด้วยศัลยกรรมผ่าตัดหรือก็คือการผ่าตัดลดขนาดเต้านมนั่นเองค่ะ โดยปกติแล้วจะมีแต่คนมักจะนิยมเสริมหน้าอกหรือเพิ่มขนาดหน้าอกให้ดูใหญ่ ๆ มากกว่า ลดขนาดเต้านม ให้เล็กลง เมื่อพูดถึง ลดขนาดเต้านม ก็ฟังดูอาจดูแปลก ๆ ...

  • เบาหวาน
    29 Jul

    เบาหวานในหญิงตั้งครรภ์

    แม่และเด็ก

    กล่าวมาถึงตอนนี้คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านคงจะกังวลแล้ว แต่ไม่ต้องตกใจมากนะค่ะ ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์มีการดูแลตนเองที่ดี ตรวจพบอาการเบาหวานตั้งแต่เนิ่นๆ รับการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถควบคุมอาการของโรคเบาหวานได้ และสามารถตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกค่ะ การดูแลตนเองของคุณแม่ตั้งครรภ์เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับอันตรายจากภาวะเบาหวาน คือ คุณแม่ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานหรือไม่ ...

  • ยาทาเล็บแบบใส
    19 Jul

    ยาทาเล็บแบบใส . . .ทำอะไรได้บ้าง

    ผู้หญิง ความงาม

    – ถ้าคุณกำลังสนุกกับการทำโมเดลหรืองานฝีมือที่ต้องใช้กาวติดชิ้นส่วนพลาสติก แต่กาวเกิดขาดมือ ลองใช้ยาทาเล็บแบบใสติดชิ้นส่วนพลาสติกแทนกาว มันใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน หรืออาจใช้ในการติดอัญมณีปลอมๆ บนเครื่องประดับที่หลุดออกมา หรือใช้ตรึงน็อตที่หลวมก็ได้ – เครื่องประดับแบบราคาไม่แพงอาจสูญเสียความมันวาวไปได้เมื่อใช้ไปนานๆ ...

  • 6 วิธีเขียนขอบตาให้สวย
    27 Mar

    6 วิธีเขียนขอบตาให้สวย

    ผู้หญิง ความงาม

      นี่คือเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณเขียนขอบตาด้วยดินสอได้สวยกว่าใคร 1. จุดไข่ปลา เริ่มจากการใช้ดินสอเขียนตาแต้มเป็นจุดๆบริเวณขอบตาบน โดยเริ่มจากหัวตาเรื่อยไปจนถึงหางตา แล้วใช้นิ้วมือ ก้านสำลี หรือปลายพู่กันลูบให้กลายเป็นเส้นเดียวกัน ...