news

เป็นประเด็นที่หลายคนจับตามองหนักมาก สำหรับความสัมพันธ์ของคู่รัก 10 ปีรีเทิร์น “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์” และ “กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล” ที่ดูเหมือนจะเจออุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อแม่และพี่ของนางเอกสาวได้ออกมาโพสต์ข้อความประกาศหาตัวสาวขวัญลงอินสตาแกรม แถมคุณแม่แอ๊วยังออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ไม่ได้ติดต่อกับลูกสาวนานมาก เพราะช่วงนี้ลูกหันไปรับงานเองไม่ให้ตนคอยช่วยเหลือเหมือนแต่ก่อน พร้อมออกปากย้ำยังอยากให้ความสัมพันธ์ของลูกสาวกับนักร้องหนุ่มเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันมากกว่า!!

ซึ่งล่าสุดพอมีโอกาสเจอกับ ขวัญ อุษามณี ในงานแสดงดอกไม้นานาชาติ ครั้งที่ 30 เจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดใจถึงกระแสข่าวต่างๆ รวมทั้งความสัมพันธ์กับคนในบ้าน และเส้นทางความรักในอนาคตระหว่างตนกับ “กอล์ฟ พิชญะ” ให้เราฟังว่า…

“สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นขวัญก็ขอยืนยันในจุดที่ขวัญเคยอยู่และขวัญเคยเป็นละกันว่า เรื่องส่วนตัวและเรื่องในครอบครัวของขวัญ ขวัญขอให้เป็นเรื่องที่เก็บไว้ข้างใน เพราะว่าบางอย่างถ้าหากขวัญจะชี้แจงไป คือเรื่องนี้มันมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงผสมอยู่ในเรื่องเดียวกัน และขวัญก็ไม่เห็นถึงประโยชน์ของการที่เราจะต้องออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ เพราะมันเจ็บกันหมด มันเป็นเรื่องของคนในบ้าน ดังนั้นมันก็ไม่จำเป็นจะต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้คนมาว่าคุณแม่หรือว่าพี่สาวเรา เราเป็นเลือดเนื้อครอบครัวเดียวกันถึงแม้ครอบครัวเราจะไม่มีคุณพ่อ เราขาดผู้นำครอบครัว ขาดหัวหน้าครอบครัว แต่ตอนนี้ขวัญก็ถือว่าตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัวคนหนึ่ง เพราะว่าขวัญก็ได้ทำหน้าที่แทนพ่อหลายๆ อย่าง ฉะนั้นขวัญจึงไม่ขอพูดและขอปิดประเด็นนี้ดีกว่า ไม่ว่าเรื่องราวมันจะเป็นยังไงก็แล้วแต่”

“ขวัญตระหนักถึงสิ่งที่คุณแม่สร้างขวัญมา ที่คุณแม่บอกว่าตั้งแต่เด็กคุณแม่สร้างขวัญมาได้ และก็ทำลายขวัญได้ คือไม่ว่าคุณแม่จะทำยังไงแต่ในฐานะที่ขวัญเป็นลูก เราก็ไม่มีสิทธิ์โกรธอยู่แล้ว เราอยู่ในสังคมไทย ขวัญอยู่ในครอบครัวไทย ที่ขวัญมีได้ทุกวันนี้ก็เพราะครอบครัวขวัญซึ่งก็คือคุณพ่อคุณแม่ ฉะนั้นชีวิตขวัญไม่ว่ามันจะผลอะไรตอบรับมา ขวัญก็ยังยืนยันและยืนหยัดว่าขวัญอยู่ได้ ขวัญไม่ใช่เจ้าหญิงอย่างที่คนอื่นคิด แต่ขวัญก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดให้ใครมาตราหน้าว่าขวัญไม่ดีขวัญเลว เพราะขวัญมั่นใจว่าการกระทำของขวัญที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ มันได้พิสูจน์แล้วว่าขวัญเป็นยังไงโดยที่ขวัญไม่จำเป็นต้องพูด และขวัญเองก็ไม่อยากพูดถึงอะไรเลย โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวขวัญ ขวัญอยากเก็บครอบครัวขวัญเอาไว้เพราะว่ายังเราก็ต้องเกรงใจญาติเราด้วย ถึงแม้คุณพ่อไม่อยู่แต่ขวัญก็ยังอายแทนคุณพ่ออยู่นะ (น้ำตาซึม)”

ขวัญได้มีโอกาสเจอกับคุณแม่บ้างหรือยัง ?
“ขวัญกลับบ้านทุกวันค่ะ”

แต่สาเหตุที่คุณแม่เขาออกมาโพสต์ เหมือนเขาก็พยายามบอกว่าเขาติดต่อเราไม่ได้ ?
“ขวัญกลับบ้านทุกวันค่ะ แต่ขวัญก็ยอมรับนะว่าที่บ้านเรามีปัญหา ขวัญ…ด้วยที่ผ่านมาเราผิดพลาดเรื่องงานกันบ่อย และขวัญรู้สึกว่าขวัญอยากขึ้นมารับงานด้วยตัวเองจริงๆ เพราะขวัญอยากเรียนรู้ และขวัญทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ขวัญยังไม่มีสินทรัพย์อะไรที่เป็นตัวของขวัญเองเลย ขวัญรู้สึกว่าขวัญยังไม่มีรากฐานในชีวิตที่มันมั่นคง ขวัญเติบโตมาต่อไปขวัญต้องมีครอบครัวขวัญต้องมีลูก แต่ทุกวันนี้สินทรัพย์ขวัญคือไม่มีอะไรเลย ขวัญขอแค่ทำธุรกิจเพื่อตัวเองบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าขวัญจะลุกขึ้นมารับงานเองแล้วไม่แบ่งเงินหรือไม่แบ่งเบาภาระครอบครัว ขวัญยังคงรับผิดชอบภาระครอบครัวทุกอย่างอย่างที่ขวัญเคยทำ ขวัญยังทำและขวัญทำได้ ขวัญยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นแบบเดิม เพียงแต่ว่าทุกคนต้องให้เวลาขวัญพิสูจน์”

“ขวัญคุยกับคุณแม่คุยกับครอบครัวแล้ว แต่ว่า ณ จุดนี้มันอาจจะเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงในบ้านขวัญที่ขวัญพยายามจัดให้มันเป็นระบบเป็นระเบียบมากขึ้น ขวัญอยากให้คุณแม่พักสบายๆ เพราะว่าที่บ้านขวัญก็มีแค่คุณแม่คนเดียว ขวัญไม่ได้ต้องการใช้แรงงานคุณแม่ ขวัญไม่อยากให้คุณแม่มาเหนื่อย ขวัญเลี้ยงท่านได้เหมือนกับตั้งแต่เด็กที่ขวัญทำมา ขวัญเลี้ยงดูคุณแม่ ขวัญดูแลพี่สาว เราเกิดในแฟลตครอบครัวตำรวจ พ่อขวัญเป็นนายดาบเงินเดือนเท่าไหร่กันเอง แต่เพราะเราทุกคนในครอบครัวช่วยกัน เราไม่เคยแบ่งแยกว่าเงินใครคือเงินใคร ทุกอย่างที่ขวัญทำขวัญทำโดยบริสุทธิ์ใจจริงๆ”

เรื่องที่ออกมาตอนนี้เหมือนคนจะมองไปในทิศทางที่ว่าเราอาจจะไปเชื่อคนข้างกายมากกว่า ติดเขามากเกินไป ?
“ขวัญไม่ขอพูดถึงบุคคลที่สามละกันค่ะ เพราะว่ายังไงเขาก็คือคนนอก เขาไม่ใช่คนในครอบครัวของขวัญ ปัญหาของขวัญที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าขวัญยังไม่กล้าที่จะทำอะไรให้มันดีที่สุด แม่ขวัญขวัญรัก ขวัญอยากว่าแม่ ขวัญอยากเตือนแม่ แต่เราคุยกันแค่เราสองคนดีกว่า ขวัญไม่ต้องการให้สังคมหรือใครมาว่าแม่ขวัญเหมือนกัน แม่ใครใครก็รัก”

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเราได้คุยกันแม่บ้างไหม ?
“คุยค่ะ ขวัญคุยกับคุณแม่คนเดียว แต่เป็นการพิมพ์คุยกัน เพราะว่าถ้าเราคุยกันต่อหน้ามันยาก และการพิมพ์คุยกันมันได้ไตร่ตรองได้วิเคราะห์ก่อนที่เราจะพิมพ์คำนั้นๆ ลงไป ขวัญไม่อยากเจ็บช้ำแล้วอ่ะ”

หลังจากที่เราได้คุยกันฟีดแบคเป็นยังไงบ้าง ?
“ขวัญพยายามทำให้มันดีขึ้นค่ะ”

เรียกว่าตอนนี้เรากับคุณแม่ก็ได้เคลียร์กันแล้ว ?
“ใช่ค่ะ คือคุณแม่ขวัญเปลี่ยนไม่ได้ แต่เราในฐานะลูกสิ่งที่เราทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือเราต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเราทำได้ คือด้วยความที่เราเป็นลูกคนเล็กมั้งคะทุกคนก็เลยมองว่าขวัญยังเด็ก ใครๆ ก็มองว่าขวัญทำไม่ได้ แต่ขวัญอยากจะบอกว่าขวัญทำได้ ขวัญทำมาตั้งนานแล้ว”

สำหรับเรื่องที่เราคุยกับคุณแม่ถือว่าตอนนี้ท่านโอเคไหม ?
“คือ…เรื่องเงินเนี่ย ขวัญไม่อยากให้คุณแม่คิดมากกับเรื่องเงิน ตอนนี้มันพังไปเพราะอำนาจเรื่องเงินมันมาทำลายสถาบันครอบครัวขวัญ มันทรมานเกินไปค่ะ”

ทุกวันนี้เราก็ยังคงดูแลท่านเหมือนเดิม ?
“ขวัญเพิ่งเริ่มต้นรับงานเองเมื่อต้นเดือน เงินทุกบาทของขวัญที่ขวัญได้ขวัญให้คุณแม่หมดตั้งแต่ขวัญเกิด ขวัญได้เงินเดือนมาตลอด ขวัญได้เงินเดือน 40,000 บาท ปีที่แล้วขวัญได้เงินเดือน 30,000 บาท แต่ปีนี้มาขวัญก็พยายามทำเพราะว่าลายูซี่ที่ขวัญทำขวัญสร้างมาขวัญก็ยกให้พี่แก้วไปแล้ว เพราะฉะนั้นขวัญก็เลยอยากมีอะไรที่เป็นของตัวขวัญเองบ้าง ขวัญก็พยายามจะสร้าง ด้วยทุนของขวัญเองที่ขวัญพยายามจะเก็บ”

เห็นว่าเราอยากจะทำลิปสติก ?

“ใช่ค่ะ”

แต่เหมือนทางพี่แก้วบอกว่าจริงๆ เงินมันไม่เท่าไหร่ ทำไมเราต้องเอาไปเป็นล้าน ?
“ไม่มีใครรู้เท่าคนที่ตั้งใจจะทำ และมันคือเงินของขวัญอ่ะ ขวัญขอมาตั้งทุน ถ้าไม่ให้ขวัญก็ไม่เป็นไร ขวัญเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ซึ่งนั่นก็คือการที่ขวัญเก็บเงินเอง (น้ำตาซึม)”

สำหรับกระแสที่คนมองว่าเราเห็นแฟนดีกว่าแม่เรารู้สึกยังไงบ้าง ?
“ทุกคนรักคุณแม่หมด ส่วนบุคคลที่สามเขาไม่เคยทำร้ายขวัญตั้งแต่ขวัญเด็ก และทำไมขวัญต้องไม่รู้สึกดีกับพี่เขา เขาไม่เคยทำร้ายขวัญอ่ะ”

การที่เราออกมารับงานเองแบบนี้เราได้บอกกับแม่ไหมว่าเราจะยังส่งเงินให้ท่านเหมือนเดิม ?
“ขวัญคุยกับคุณแม่ตั้งแต่ก่อนที่พี่แก้วจะกลับมา คือในเมื่อแม่ไม่ให้ทุนก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราแบ่งกันคนละครึ่งก็ได้ คือคุณแม่อาจจะห่วงกลัวว่าขวัญจะเอาเงินไปทำนู่นนี่นั่น แต่ไม่มีใครรู้ความตั้งใจเท่าตัวเราไงคะ”

ถ้าวันหนึ่งเราต้องเลือกจริงๆ เราเคยคิดไหมว่ามันอาจจะต้องมีจุดนั้น ?
“ขวัญคิดว่าแม่คงไม่ทำร้ายหัวใจขวัญขนาดนั้นนะคะ”

ตอนนี้มันก็มีกระแสเรื่องที่บอกว่าเราอาจจะมีน้องด้วย ?
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ มีมั้งคะ (ยิ้ม) คือข่าวมันหลุดมาจากไหนไปถามคนนั้นเลยว่าขวัญท้องหรือไม่ท้อง”

อยากให้ยืนยันนิดหนึ่งเพื่อความชัดเจน ?
“อันนี้ต้องไปถามคุณแม่ค่ะ ขวัญไม่รู้ว่าขวัญจะยืนยันอะไรทำไมในเมื่อข่าวทุกอย่างที่ออกมาขวัญไม่ได้เป็นคนพูด ไม่ได้เป็นคนบอก ถ้าหากมันมีเรื่องที่น่ายินดีขนาดนั้นขวัญจะเป็นคนบอกเองค่ะ”

เรามีอะไรอยากจะบอกกับคนที่ให้กำลังใจเราบ้าง ?
“ขอบคุณทุกคนที่รักขวัญและปกป้องขวัญ ทุกคนพยายามศึกษาชีวิตขวัญ ขอบคุณที่เป็นโล่ ขอบคุณที่กำบังให้ขวัญ แต่ขวัญก็ขออนุญาตว่าครอบครัวขวัญก็ไม่ได้ดีอะไรหรอกค่ะ แต่ครอบครัวใครใครก็รัก ถึงแม้ว่าจะทำร้ายกันยังไงแต่เขาก็คือแม่คือพี่ ไม่มีอะไรจะพูดแต่อย่าไปทำเขาเลย เพราะถ้าเขาเลือกเขาได้เขาก็คงไม่อยากจะทำร้ายขวัญแบบนี้ค่ะ”

มีอะไรอยากจะพูดกับแม่ไหม ?
“ไม่บอกดีกว่าค่ะ เดี๋ยวรอคุยกัน เรื่องในบ้านขวัญขอให้เป็นเรื่องในบ้านนะคะขวัญไม่ขอพูด”

พี่กอล์ฟให้กำลังใจเรายังไงบ้าง ?
“บุคคลที่สามขวัญขอไม่พูดถึงดีกว่าค่ะ”

สภาพจิตใจของเราตอนนี้เป็นยังไงบ้างดีขึ้นหรือยัง ?
“ก็อยากให้คิดในมุมกลับกันถ้าเจอแบบขวัญจะเป็นยังไง คนเราก็ (ยิ้ม)”